10 บลัชออน ยี่ห้อไหนดี ยอดฮิต ที่สุดในปี 2020 ติดทน ถูกและดี

บลัชออน-ที่ดีที่สุด-2020

บลัชออน ยี่ห้อไหนดี  ที่ดีที่สุด แห่งปี 2020

เชื่อว่า “บลัชออน” เป็นอีกสิ่งนึง ที่สำคัญมาก ๆ ไม่แพ้เครื่องสำอางชิ้นอื่นอย่างแน่นอนค่ะ เพราะว่าการที่เราได้แต้ม ๆ ปัด ๆ มันจะทำให้แก้มของเพื่อน ๆ นั้น กลับมาดูสดใสอีกครั้งง !!

ทำไมเราต้องใช้บลัชออนกับแก้มด้วยล่ะ ??
เพราะว่า อย่างที่เราบอกไปข้างต้นแล้วว่า มันจะช่วยให้ผิวแก้มของเพื่อน ๆ กลับมาดูสดใสอีกครั้งค่ะ และมันยังช่วยทำให้โครงหน้าของเพื่อน ๆ เรียวขึ้น ดูคมชัดมากยิ่งขึ้น
แถมยังทำให้หน้าดูเด็ก ลงอีกด้วยนะ และนอกจาก จะทำให้ผิวหน้าของเราดูเด็กลงแล้ว ยังทำให้ผิวของเราดูสุขภาพดีอีกด้วยนะ เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่จะทำให้เรารู้สึกเติมเต็ม ในการแต่งหน้าได้เลยล่ะค่ะ
บลัชออน-ยี่ห้อไหนดีที่สุดแล้ว “บลัชออน” ทำมาจากอะไร แล้วทำไมถึงทำให้ใบหน้าเราดูดีได้ขนาดนั้น??
เพื่อน ๆ ก็คงสงสัยกันไม่น้อยเลยใช่ไหมคะว่า เอ่ออ ทำไมทำให้ดูดีได้นะ ถ้าอยากรู้แล้ว งั้นเราไปฟังคำตอบกันเลยค่ะ บลัชออน เกิดจากการเอาผงสี หรือพิกเมนต์สีมาผสมกับผงแป้งและกรดไขมันสกัดจากธรรมชาติ

ดังนั้น มันเลยเป็นสาเหตุทำให้เนื้อของบลัชออนมีความเนียนนุ่มเป็นอย่างมาก และทำให้เกิดความชุ่มชื้นได้อีกด้วย มันเลยทำให้ใบหน้าของเราดูสุขภาพดี ดูสดใสไปด้วย ก็เพราะส่วนผสมพวกนี้แหละค่ะ
บลัชออน-2020นอกจากนี้ยังมี ส่วนประกอบสำคัญ เช่น ซิงค์ออกไซด์ ไมกา และไททาเนียมออกไซด์ ที่จะช่วยให้บลัชออนมีสีที่โดดเด่นและชัดมากขึ้น แน่นอนว่าเพื่อน ๆ ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใดค่ะ ว่าสารพวกนี้จะทำอันตรายของผิวหนังของเราหรือเปล่า คำตอบคือ “ไม่ทำค่ะ” เพราะสารพวกนี้ได้รับการตรวจ ผ่านมาตราฐานจากคณะกรรมการอาหารและยาเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ว่าปลอดภัยจริง ซึ่งประโยชน์ของบลัชออนยังเอาไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ของใบหน้าได้อีกด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่ที่แก้ม แต่มันยังรวมไปถึงส่วนต่าง ๆ เช่น สามารถใช้แต่งตาได้ ทาปากแทนลิปสติก กลบรอยคล้ำใต้ตาได้ และบลัชออนเนื้อครีมแทนเบส เป็นต้น

วันนี้เราเลยหยิบบลัชออนทั้ง 10 ยี่ห้อ มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปหาซื้อมาใช้กันนะคะ แต่ละอย่าง แต่ละแบรนด์ก็จะแตกต่างกันไป รวมทั้งเรื่องของราคาด้วยเช่นกันค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ ว่าจะมีแบรนด์อะไรมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปจับ ไปช้อปกันบ้าง ไปดูกันเลยยยย!!!!

 

10 บลัชออน ยี่ห้อไหนดี ที่ดีที่สุด แห่งปี 2020

  1. Urban Decay Naked Reloaded Eye Shadow Palette
  2. NAKED HEAT EYESHADOW PALETTE
  3. Tarte Tartelette in Bloom Amazonian Clay Palette
  4. ETUDE HOUSE Play Color Eye Palette  
  5. NYX Professional Makeup อายแชโดว์
  6. อายแชโดว์ LANEIGE Ideal Shadow Quad
  7. Makeup Revolution Revolution Reloaded
  8. BeWitch Black Magic By Bsc Holy Witch Eye Palette
  9. L’Oreal Paris LA PETITE PALETTE อายแชโดว์ 
  10. อายแชโดว์ Maybelline New York The Blushed Nudes  

1. Bobbi Brown Pot Rouge For Lips and Cheeks

สำหรับที่ชอบความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน สามารถใช้ได้หลากหลายประโยชน์ เราขอแนะนำตัวนี้เลยค่ะ เพราะด้วยความที่เป็นบลัชเนื้อครีม จะมีความแบบเหมือนเราถ้าครีมเลยค่ะเพื่อน ๆ สามารถใช้ได้ทั้งแก้มและริมฝีปาก
แต่ถ้าหากว่าใครผิวแห้ง แนะนำว่าให้ลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก่อนใช้ Bobbi Brown Pot Rouge For Lips and Cheeks นะคะ เพื่อให้ผิวของเพื่อน ๆ ดูสวยสดใส สุขภาพดีค่ะ

บลัชออนเนื้อครีม
ปริมาณ3.7 กรัม
ShadePowder Pink, Pale Pink, Fresh Melon

2. NARS Blush

บลัชออนตัวนี้ ได้สมญาณามว่า “คงความสดของสีจริง ติดทนนานกว่าบลัชทั่วไป” เพราะด้วยความที่ Nars ขึ้นชื่อมาในเรื่องของเม็ดสีที่เด่นชัด ให้สีสันระเรื่อแก่แก้มของเราอย่างที่สุดเลยค่ะ นอกจานี้ Nars ยังได้ใช้เม็ดสีที่มีความโปร่งใส ซึ่งผลได้ออกมาคือ สีสวยนุ่มนวล ดูแล้วเป็นธรรมชาติ

บลัชออนแบบฝุ่นอัดแข็ง
ปริมาณ4.8 กรัม
ShadeOrgasm

3. 3CE MOOD RECIPE FACE BLUSH

3CE MOOD RECIPE FACE BLUSH เป็นเครื่องสำอางที่นำเข้าจากประเทศเกาหลี ซึ่งตัวนี้บอกเลยค่ะว่า ขายดีอันดับหนึ่งในเกาหลีเลยของแบรนด์นี้ก็จะมีอยู่หลายสีด้วยกัน เพื่อน ๆ สามารถเลือกตามสไตล์ที่ชอบได้เลยค่ะ หรืออยากจะเอามามิกซ์แอนด์แมทกันก็ได้ค่ะ ก็สร้างสรรค์ไปอีกแบบนะ ซึ่งแบรนด์นี้สามารถควบคุมความมัน ติดทนนาน ไม่หมองคล้ำระหว่างวัน และมาพร้อมกับความนุ่มของตัวบลัชออน พร้อมความโปร่งเบาไปกับผิวของเราเลยค่ะ

บลัชออนแบบฝุ่นอัดแข็ง
ปริมาณ5.5 กรัม
ShadeRose Beige , Mono Pink

4. Revlon Powder Blush With Blush

สำหรับแบรนด์ Revlon ตัวนี้นะคะ เป็นบลัชออนที่เหมาะสมกับทุกสภาพผิวเลยค่ะ ไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวมัน ก็ใช้ได้หมด ตัวเนื้อของบลัชออนก็มีความเนียนนุ่ม เบาสบาย ไม่หนักจนเกินไป เม็ดสีมีความสดชัด เห็นได้ในครั้งแรกที่ปัดเลยค่ะ ที่สำคัญ สำหรับเรามันราคาคุ้มค่ามากค่ะ ดีไซน์ของสินค้าก็มีความหรูขึ้นมาหน่อย แถมในบลัชออนแบรนด์นี้ แถมแปรงมาในตัว พร้อมกับกระจกด้วย ทำให้เราไม่ต้องพกอะไรไปเยอะเลยล่ะค่ะ ชิ้นเดียวเก็บครบหมด

บลัชออนแบบฝุ่นอัดแข็ง
ปริมาณ43 กรัม
ShadeRacy Rose , Mauvelous , Melon Drama

 

6. L’Oreal Paris Le Blush

L’Oreal Paris Le Blush เป็น บลัชออนที่จะช่วยให้ใบหน้าของเพื่อน ๆ ทุกคน ดูมีมิติมากขึ้น สัมผัสเนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย ตัวบลัชออนมีสีสดชัดมากค่ะ สีธรรมชาติสวย ไม่ดูปลอมด้วยนะ ซึ่งแบรนด์ L’Oreal Paris Le Blush เค้าก็ได้ผลิตออกมาทั้งเนื้อแมทและเนื้อชิมเมอร์เลยนะ แต่แค่นั้นยังไม่พอ ความแพ็คเก็จเค้าออกแบบมาหรูมากค่ะ พกพาง่ายด้วย และไม่ว่าเราอยากจะแต่งเป็นลุคไหน บอกเลยว่า L’Oreal Paris Le Blush เอาอยู่หมด จะลุคหวาน ลุคเปรี้ยว หรือหวานอมเปรี้ยวก็ทำได้หมด

บลัชออนแบบฝุ่นอัดแข็ง
ปริมาณ4.5 กรัม
Shade8 สีให้เลือก

7. ARTY Professional Rose Color Blush On

บลัชออนของ ARTY Professional Rose Color Blush On เป็นบลัชออนที่มีเนื้อละเอียดมากค่ะเพื่อน ๆ เป็นบลัชออนที่เกลี่ยง่ายมากด้วยเช่นกัน สีชัดติดทนไม่ดูหมองคล้ำระหว่างวันด้วยค่ะ ที่สำคัญ สีดูเป็นธรรมชาติด้วยนะ

นอกจากนี้ ยังสามารถกันน้ำได้ด้วย และในแบรนด์นี้ เค้าก็มีแปรงและกระจกในตลับพร้อมใช้งานได้ทันทีเลยค่ะ ทำให้เราประหยัดเนื้อที่ในการเก็บมากขึ้น พูดง่าย ๆ ก็คือไม่เปลืองพื้นที่สักเท่าไหร่ พกอันเดียว จบค่ะ อีกทั้งยังมีการบำรุงจาก Ginkgo Oil เพื่อให้ผิวดูนุ่มนวล สดใส ดูอ่อนกว่าวัย พร้อมช่วยบำรุงผิวให้ดูนุ่มชุ่มชื้นขั้นสุดเลยค่ะเพื่อน ๆ เพราะมันมีสารสกัดจาก Aloe Vera, Vitamin E และ Macadamia Seed Oil

บลัชออนแบบฝุ่นอัดแข็ง
ปริมาณ3.5 กรัม
Shade6 เฉดสี

8. Eglips Cheek Fit Blusher
เป็นแบรนด์จากเกาหลี ที่ดูสีแล้วน่ารัก ความที่เป็นเนื้อฝุ่นชนิดอัดแข็ง ทำให้สีดูสดใส เหมือนเลือดฝาดจริง ๆ ดูสุขภาพดีมาก

บอกเลยว่า สายหวานต้องไม่พลาดกับแบรนด์นี้ค่ะ เพราะเค้ามาด้วยธีมกลีบดอกไม้ ที่มีความละมุนละไม ดูเป็นธรรมชาติ แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องรูขุมขนด้วยนะ ที่สำคัญเห็นสีหวาน แบบนี้ แต่ติดทนนานนะเพื่อน ๆ

บลัชออนแบบฝุ่นอัดแข็ง ✓
ปริมาณ 4 กรัม
Shade กลุ่มสี Orange

9. Maybelline New York Fit Me Mono Blush
Maybelline New York Fit Me Mono Blush เป็นบลัชออนเนื้อละเอียด มีความสัมผัสที่นุ่ม เกลี่ยง่าย แถมสีชัดด้วยค่ะ

แต่ยังเป้นสีที่ดูธรรมชาติอยู่นะเพื่อน ๆ แถมเค้ายังมีถึง 8 เฉดสี ที่สามารถเข้าได้กับทุกโทนสีผิวเลยล่ะค่ะ แล้วมาในราคาที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว สำหรับคุณภาพขนาดนี้ แล้วก็แบรนด์ค่อนข้างหาซื้อง่ายด้วยค่ะ

บลัชออนแบบฝุ่นอัดแข็ง ✓
ปริมาณ 4.5 กรัม
Shade กลุ่มสี Nude

10. 4U2 You Heart Me Cream Blush
มาถึงตัวสุดท้ายกันแล้วนะคะ กับบลัชออนน่ารัก ๆ ไซส์มินิ พกพาสะดวก สำหรับแบรนด์นี้ เค้าทำค่อนข้างออกมาเยอะเลยทีเดียวค่ะเพื่อน ๆ ซึ่งทำออกมาถึง 3 แบบ 30 สี เลือกกันให้จุใจไปเลยค่ะ 3 แบบนั้น ได้แก่ แบบครีม แบบชิมเมอร์ แบบเมท และแบ่งออกเป็นแบบละ 10 สีด้วยกันค่ะ

แต่ที่สำคัญคือ ทุกแบบ ทุกสี มีกันแดดในตัวด้วย สามารถกันแดดได้ถึง SPF35 PA+++ เลยค่ะ และเป็นแบรนด์แรกที่คนไทยทำออกมาด้วยนะ บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวแดประเทศไทยแล้วค่ะ ตัวนี้เอาอยู่จิ๋วแต่แจ๋ว สำหรับเนื้อครีม เกลี่ยง่าย กันน้ำ แล้วก็ติดทนมากด้วยค่ะ ส่วนชิมเมอร์ก็จะออกกลิตเตอร์ ๆ นิด ๆ หน่อยค่ะ ดูสดใส ดูเด็กไปเลย ส่วนเนื้อแมท ก็ไม่ได้แย่นะคะ ตัวเนื้อนี่เนียนนุ่ม แล้วสีก็เป็นธรรมชาติด้วยค่ะ

บลัชออนเนื้อครีม ✓
ปริมาณ 5 กรัม
Shade กลุ่มสี Orange

วิธีการเลือกบลัชออน

การเลือกบลัชออนมันมีวิธีเลือกของมันอยู่ค่ะเพื่อน ๆ เพราะอย่างที่เราได้บอกไปในตอนแรกว่า บลัชออนมีไว้เพื่อทำให้ใบหน้าของเราดูดีขึ้น ดูเด็ก ดูผิวสุขภาพดี และทำให้เราดูมั่นใจมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากเราเลือกไปแบบที่ไม่รู้อะไรเลย หรือไม่เข้ากับตัวเอง ก็อาจจะทำให้เราเสียความมั่นใจไปเลยก็ได้นะคะ

  1. เราต้องรู้สภาพผิวของเราก่อนค่ะ ว่าสภาพผิวเราเป็นแบบไหน แบบมัน แบบแห้ง หรือแห้งมาก หลังจากนั้นเราค่อยไปดูบลัชออนแต่ละประเภท ซึ่งบลัชออนก็แบบครีม แบบเจล แบบแป้งอัดแข็ง เช่น ผิวแห้งหรือแห้งมาก ควรเลือกใช้แบบครีม ส่วนผิวมัน ควรใช้แบบแป้งอัดแข็ง
  2.  เมื่อเรารู้แล้วว่า เราเหมาะกับบลัชออนประเภทแบบไหน สิ่งที่เราควรทำต่อมา คือ ดูโทนผิวของเราค่ะ แล้วเราถึงจะไปเลือกสีบลัชออนให้เข้ากับโทนสีผิว
  3. สไตล์การแต่ง อันนี้บอกเลยว่าค่อนข้างหลากหลายมากทีเดียวค่ะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าชอบแบบไหน แต่สิ่งที่จะทำให้เพื่อน ๆ แต่งแล้วออกมาดูดี ควรต้องรู้สภาพผิวและโทนสีผิวค่ะ เพื่อการแต่งที่ง่ายขึ้นและเป็นการรักษาผิวของเราไม่ให้แย่ไปมากกว่านี้ค่ะ
  4. ความเชี่ยวชาญของเรา ในหัวข้อนี้ เราไม่ได้บอกว่าทุกคนแต่งดีไม่ดีนะคะ แต่เพียงอยากจะเสริมว่า หากเราเพิ่งหัดแต่งใหม่ ก็ควรใช้บลัชออนชนิดแบบไม่ต้องยุ่งยากมากในการแต่ง หรือพอแต่งไป รู้สึกว่าไม่สวย แล้วสามารถลบออกได้ ก็ควรใช้แบบแป้งอัดแข็ง เพราะมันสามารถลบได้ ถ้าเราไม่พอใจ หรือเราเชี่ยวชาญแล้วเราก็อาจจะลองไปใช้ครีมเลยก็ได้ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ควรเลือกประเภทบลัชออนให้เข้ากับสภาพผิวของเราด้วยนะคะ
  5. แพ้หรือเปล่า อันนี้ต้องดูให้ดีดีเลยนะคะ ว่าเราแพ้หรือเปล่า เพราะบลัชออนนแต่ละแบบ บางคนก็จะแพ้แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น บลัชออนประเภทครีม มันจะทำให้อุดตันง่ายอยู่แล้ว แล้วถ้าเรายิ่งล้างหน้าไม่สะอาดด้วยแล้วล่ะก็ บอกเลยว่า สิวถามหาแน่นอนค่ะ

เคล็ดลับสำหรับการใช้บลัชออน

การรู้จักเคล็ดลับ ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ ใช้บลัชออนได้ออกมาดีขึ้น วันนี้เราเลยนำเคล็ดลับ เทคนิคเล็ก ๆ น้อยมาฝากทุกคนกันค่ะ
ก่อนอื่นเลยถ้าเราจะเริ่มปัดบลัชออน อย่างแรกที่เราจะทำคือ การเลือกแปรงปัดให้เข้ากับเรา ซึ่งการปัดแก้มที่ดีนั้น จะต้องช่วยเพิ่มมิติให้กับใบหน้าของเรา และยังสามารถทำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราลงมือปัดเลยค่ะ เพื่อความเป็นธรรมชาติ มันควรจะติดตั้งแต่ครั้งแรกที่เราใช้

  • ใบหน้ารูปไข่ : พยายามปัดแก้มให้เหนือโหนกแก้มไปนิดนึง ไม่ต้องสูงมากนะคะ เพราะเวลาที่เราอมยิ้มหรือหัวเราะจะทำให้แก้มของเราดูกลมสวย เป็นธรรมชาติค่ะ
  •  ใบหน้ากลม : คนที่มีใบหน้าแบบนี้ ควรปัดแก้มตรงเหนือโหนกแก้ม แต่เวลาปัดต้องปัดในแนวทะแยงมุมจากกว้างไปแคบ แล้วลงบรอนเซอร์ยริเวรข้างแก้ม จะทำให้หน้าดูเล็กลง
  •  ใบหน้ายาว : ควรปัดบลัชออนให้ต่ำกว่าบริโหนกแก้มสักเล็กน้อย และควรทาเป็นแนวนอน เพราะคนที่มีใบหน้ายาวมักจะมีโหนกแก้มที่สูงกว่ารูปทรงใบหน้าแบบอื่น ๆ หลังจากนั้น เราก็ลงบรอนเซอร์นิดหน่อยที่คางและหน้าผาก
  •  ใบหน้ารูปสามเหลี่ยมหัวกลับ : พยายามปัดบลัชออนเป็นวงกว้าง ๆ แต่ต้องระวังไม่ให้บลัชออนอยู่ในแนวระดับที่ต่ำจนเกินไป ยิ่งถ้าเราไปลงต่ำจนถึงขากรรไกร อาจจะทำให้เราดูมีริ้วรอยแทนค่ะ
  •  ใบหน้ารูปเพชร : ปัดแก้มยกสูงขึ้น เป็นแนวมุมทแยงจากโหนกแก้มไปจนถึงหู ลงบรอนเซอร์ที่ขากรรไกร เพื่อให้หน้าดูเล็กลง
  •  ใบหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า : ปัดบริเวณโหนกแก้มตามตำแหน่งของรูปหน้า ควรปัดสูงขึ้นนิดหน่อย ไม่ต้องเน้นแก้ม และลงบรอนเซอร์ที่ขากรรไกร เพื่อให้หน้าดูเล็กลง

จบลงไปแล้วนะคะ สำหรับบลัชออนทั้ง 10 ยี่ห้อ เราคิดว่าเพื่อน ๆ น่าจะพอตัดสินใจกันได้บ้างแล้ว ว่าตัวเองอยากได้แบบไหน หรือแบบไหนที่เหมาะกับตัวเราเอง เพราะบลัชออนจะบอกว่ามันจำเป็นไหมมันก็จำเป็น แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่จำเปนได้เหมือนกันค่ะ เราคิดว่าขึ้นอยู่กับ แต่ละคนว่า ชอบแบบไหน อยากจะแต่งยังไง มันเป็นสไตล์ของเรา

เราทำได้เต็มที่ อยากให้ทุกคนมันใจเข้าไว้นะคะ ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มหัดแต่ง หรือเป็นมือฉมังแล้วก็ตาม เราหวังว่าเคล็ดลับต่าง ๆ ที่เราได้นำเสนอไปนั้น จะมีประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ ถ้าใครได้ลองทำตามวิธีนั้นแล้ว หรือเลือกสินค้าที่เราได้แนะนำไป ดีไม่ดียังไง อย่าลืมมาแชร์กันให้ฟังได้นะคะ